INTRO : Eb|Dm|CmF|Bb ( 2 Times )
แสงEbประกายแวววับDmจับตา
เมฆCmขลา ใFยลืมแก้วBbดวงนี้เอาไว้
หากดวงEbดาราประดับฟ้Dmาสดใส
ดวงใจจึCmงผ่องอำไพ Fเช่นแสงBbดาว
เมื่อฉันมองEbดวงมณี จึงคลายมองดาวDmยามราตรี
แต่ฉันก็รู้สึCmกดี แFม้ไม่เคยBbได้สัมผัส
ไม่ได้เชยEbเพียงได้ชม ก็สุขสมDmในอุรา
ปรารถนาCmได้เพียงมองFเธอข้างBbเดียว
* จะยืนอยู่ตรงEbนี้ แม้ทำได้เพียงDmมอง
มิอาจจองCmเป็นเจ้าของFครองหัวใBbจ
เกินใจจะไขว่Ebขว้า มิอาจเอื้อมมือDmของฉันไป
สุขใจเCmพียงได้มองF เจ้ามณีBb
ในภEbวังค์ดั่งแสงDmสะกดใจ
อาจดุจCmแมงเม่าFเข้ากองไฟ Bbเป็นเช่นนั้น
ครู่ครั้งEbหากได้เชย เหมือนลมเผยDmพัดกังหัน
แมงเม่านั้นCmขอยอมตายF ดังใจปBbอง
เมื่อฉันมองEbจากตรงนี้ จึงเห็นแสงดาวDmเพียงริบหรี่
แต่ฉันก็รู้สึCmกดี Fแม้ไม่เคยBbได้สัมผัส
ไม่ได้เชยEbเพียงได้ชม ก็สุขสมDmในอุรา
ปรารถนาCmได้เพียงมองFเธอข้างBbเดียว
( ซ้ำ * )
เมื่อมองเท้าEbที่อยู่ในตรมก็สุขสมในอุรา
ฉัน แม้เท้าDmเปื่อยดินเปื่อนโคลนก็สุขล้นในเพลา
นั้น หมายมองCmแม่มารศรีโอเมฆขลาFที่อยู่ในฝัน
จักใคร่Bbได้ดวงจินดาโผนโจนเมฆามันช่างน่าขัน
เพราEbะแก่นแท้แห่งความรักที่เราต่างมีนั้น
มิใช่เDmป็นการครอบครองแต่การได้มองหนึ่งอนงค์นั้น
มิอาจCmจะไปสัมผัสให้เธอเปื้อนตรมFเพราะว่ามือฉัน
จึงมองBbเธออยู่ไกลๆให้เธอคงไว้ซึ่งความงามนั้น
( ซ้ำ * , * )
ปู่จ๋าน ลองไมค์
- ภวังค์จิต
- พานภพ
- แลรักนิรันดร์กาล
- กฎไตรรัก
- นางฟ้าจำแลง
- เรื่องโกหก
- ตราบธุรีดิน
- สะพานไม้ไผ่
- จุ๊บเหม่ง
- คู่เคียง
- อิจฉานก
- ต้องใช้มือ
- ขอพลังจงบังเกิด
- มณีในกล่องแก้ว
- อ้ายอยากเว้า เจ้าอยากอู้
- นาทีสุดท้าย
- ดาวเหนือ
- ยังไม่ได้ตั้งชื่อเพลง
- ยันหว่างเลยไอ่สอง
- ไม่มีดีกว่าไหม
- เกินพรรณา
- จอผักกาดขาดเธอ
- ผืนผ้าใบแห่งชีวิต
- เริงรักริมทะเลในวันที่ดาวทั้งฟ้าหายไปเพราะเขินเรา
- สุข ยามเย็น
- กับคำว่าเพื่อน
- สบาย
- วันนี้ต้องก้าว
- หลับตาให้พ้นไปอีกวัน
- สู้สิลูก
- ศักรินทร์ ตูดหมึก
- เรื่องสมมุติ
- ลาเวนเดอร์
- รักชั่วคราว
- คนไม่กลัวเมีย
- ยืนหนึ่ง
- กระสุนความฝัน
- เลี้ยงชีพโดยชอบ
มณีในกล่องแก้ว คอร์ด
คอร์ด มณีในกล่องแก้ว
เปลี่ยนคีย์คอร์ด มณีในกล่องแก้ว
คอร์ด มณีในกล่องแก้ว ง่ายๆ
แสง ประกายแวววับ จับตา เมฆ ขลา ใ ยลืมแก้ว ดวงนี้เอาไว้ หากดวง ดาราประดับฟ้ าสดใส ดวงใจจึ งผ่องอำไพ เช่นแสง ดาว เมื่อฉันมอง ดวงมณี จึงคลายมองดาว ยามราตรี แต่ฉันก็รู้สึ กดี แ ม้ไม่เคย ได้สัมผัส ไม่ได้เชย เพียงได้ชม ก็สุขสม ในอุรา ปรารถนา ได้เพียงมอง เธอข้าง เดียว จะยืนอยู่ตรง นี้ แม้ทำได้เพียง มอง มิอาจจอง เป็นเจ้าของ ครองหัวใ จ เกินใจจะไขว่ ขว้า มิอาจเอื้อมมือ ของฉันไป สุขใจเ พียงได้มอง เจ้ามณี ในภ วังค์ดั่งแสง สะกดใจ อาจดุจ แมงเม่า เข้ากองไฟ เป็นเช่นนั้น ครู่ครั้ง หากได้เชย เหมือนลมเผย พัดกังหัน แมงเม่านั้น ขอยอมตาย ดังใจป อง เมื่อฉันมอง จากตรงนี้ จึงเห็นแสงดาว เพียงริบหรี่ แต่ฉันก็รู้สึ กดี แม้ไม่เคย ได้สัมผัส ไม่ได้เชย เพียงได้ชม ก็สุขสม ในอุรา ปรารถนา ได้เพียงมอง เธอข้าง เดียว ซ้ำ เมื่อมองเท้า ที่อยู่ในตรมก็สุขสมในอุรา ฉัน แม้เท้า เปื่อยดินเปื่อนโคลนก็สุขล้นในเพลา นั้น หมายมอง แม่มารศรีโอเมฆขลา ที่อยู่ในฝัน จักใคร่ ได้ดวงจินดาโผนโจนเมฆามันช่างน่าขัน เพรา ะแก่นแท้แห่งความรักที่เราต่างมีนั้น มิใช่เ ป็นการครอบครองแต่การได้มองหนึ่งอนงค์นั้น มิอาจ จะไปสัมผัสให้เธอเปื้อนตรม เพราะว่ามือฉัน จึงมอง เธออยู่ไกลๆให้เธอคงไว้ซึ่งความงามนั้น ซ้ำ ,